การจัดการศึกษา การดำเนินการและโครงสร้างหมวดวิชาศึกษาทั่วไป


ความหมาย การจำแนกและคำนิยามสมรรถนะ

………………..มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการปรับปรุงเล่มหมวดวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2565 เพื่อให้คณะอนุกรรมการจัดประชุมและสำรวจความต้องการจำเป็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย รวบรวมข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ นำมาสังเคราะห์จัดทำเล่มหมวดวิชาศึกษาทั่วไปฉบับปรับปรุงให้สอดคล้องกับเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565 ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ ได้ดำเนินการจัดทำเล่มหมวดวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2567 โดยได้รวบรวมข้อมูลหลังจากการสัมภาษณ์เชิงลึก การสนทนากลุ่ม การตอบแบบสอบถาม และการประชุม เพื่อนำข้อมูลที่ได้รับทั้งหมดจากบุคคลทุกกลุ่มมาวิเคราะห์และได้จัดออกมาเป็นสมรรถนะที่สำคัญสำหรับนิสิตมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ เพื่อตอบสนองความต้องการของนิสิต หลักสูตร คณะและวิทยาเขต  เพื่อบ่มเพาะให้นิสิตของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นไปตามอัตลักษณ์ของนิสิต บัณฑิตที่พึงประสงค์ และผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับปริญญาตรีของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2565 ทั้ง 4 ด้าน คือ ความรู้ ทักษะ จริยธรรม และคุณลักษณะ ซึ่งจำแนกเป็นสมรรถนะ จำนวน 8 ด้าน และคุณธรรมและจริยธรรม จำนวน 5 กลุ่ม ดังนี้

………………..1. ด้านการสื่อสารและสารสนเทศ แบ่งออกเป็น 3 ทักษะ ดังนี้
………………..….1.1  การสื่อสาร หมายถึง การนำเสนอด้วยภาษา ท่าทาง รวมถึงการใช้สื่อเพื่อการสื่อสารในรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การใช้ภาษาในการสื่อความได้อย่างสร้างสรรค์ ทั้งการฟัง พูด อ่านและเขียนเพื่อการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่น การแสดงความคิดเห็น การนำเสนอผลงาน ข้อเท็จจริง ให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจน ถูกต้อง มีลำดับขั้นตอน น่าสนใจ และหมาะสมกับกาลเทศะ สามารถประยุกต์ใช้เทคนิค ตัวอย่างภาพ ข้อมูลสถิติ สนับสนุนการนำเสนอให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล รวมทั้งมีการแสดงถึงการอ้างอิงแหล่งข้อมูลสนับสนุนอย่างถูกต้อง
………………..….1.2 ทักษะความเข้าใจและใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Literacy) หมายถึง การนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน อาทิ คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และการทำงานร่วมกัน หรือใช้เพื่อพัฒนากระบวนการทำงาน หรือระบบงานในองค์กรให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ ทักษะดังกล่าวครอบคลุมความสามารถ 4 มิติ ได้แก่ การใช้ (Use) ความเข้าใจ (Understand) การสร้าง (Create) และการเข้าถึง (Access) เทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ
………………..….1.3 ทักษะเชิงข้อมูล (Data Literacy) หมายถึง การสืบค้น และความสามารถของบุคคลที่สามารถอ่าน เข้าใจและวิเคราะห์ข้อมูลได้ ทั้งยังสามารถสื่อสารและตัดสินใจด้วยข้อมูลได้

………………..2. ด้านภาวะผู้นำ แบ่งออกเป็น 2 ทักษะ ดังนี้
………………..…..2.1 ภาวะผู้นำ หมายถึง บุคคลที่แสดงออกให้เห็นถึงพฤติกรรมในความเป็นผู้นำ รวมทั้งการเป็นผู้ตาม เข้าใจตนเองในการทำงานร่วมกับผู้อื่น และเข้าใจผู้อื่นในความหลากหลายทางวัฒนธรรม เพศและวัยการกล้าแสดงออก ความสามารถในการตัดสินใจในการทำงานที่มีประสิทธิภาพ ความสามารถในการสร้างสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น หมายรวมถึง ผู้นำที่มีความสามารถและมีคุณลักษณะที่สำคัญหลัก ได้แก่
………………..………..1) Mindset คือ มีทัศนคติที่ดี เป็นต้นแบบและสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงานหรือบุคลากร
………………..………..2) Performance คือ มีความสามารถในการดึงศักยภาพของทีมงานหรือบุคลากรในการทำงานได้สูงสุด
………………..………..3) Teamwork คือ มีความสามารถในการนำทีมให้สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประสานงานและมีทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ
………………..…..2.2 การทำงานร่วมกัน หมายถึง การที่บุคคลมาร่วมกันทำงานหรือทำกิจกรรมอย่างใดอย่างหนึ่ง โดยมีเป้าหมายการทำงานร่วมกัน เพื่อให้บรรลุผลสัมฤทธิ์และเกิดการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ เป็นการทำงานแบบร่วมแรงร่วมใจ การทำงานร่วมกันแบบประสานการทำงานให้สอดคล้องกันทั้งภายในกลุ่มและระหว่างกลุ่มทีมงาน เพื่อให้เป้าหมายหลักร่วมกันเสร็จสมบูรณ์ การทำงานแบบ Collaboration นั้นการมีสัมพันธภาพที่ดีของคนในกลุ่ม ซึ่งเมื่อมีเป้าหมายหลักร่วมกันแล้ว กลุ่มคนเหล่านี้จะสามารถดำเนินการไปสู่เป้าหมายได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้นำทีม เพียงแค่แต่ละคนแต่ละทีมรับทราบ เข้าใจบทบาท มีความสัมพันธ์ที่เอื้ออำนวยซึ่งกันและกัน จะส่งเสริม ช่วยเหลือจนเป้าหมายหลักสำเร็จ คนทำงานจะรู้สึกว่าความสำเร็จนั้นเป็นความสำเร็จร่วมกัน

………………..3. ด้านการเป็นผู้ประกอบการ แบ่งออกเป็น 2 ทักษะ ดังนี้
………………..…..3.1 การเป็นผู้ประกอบการ หมายถึง การที่บุคคลมีความรู้พื้นฐานเบื้องต้นในการเป็นผู้ประกอบการ เช่น ความรู้เกี่ยวกับภาษี การจัดการการเงิน การออม เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีทักษะต่าง ๆ ที่จำเป็น และสามารถนำไปใช้ในการเป็นผู้ประกอบการได้ เช่น ภาวะผู้นำ การทำงานเป็นทีม การเจรจาต่อรอง การบริหารจัดการเวลา การบริหารจัดการความขัดแย้ง รวมทั้งมีความกระตือรือร้น ใฝ่รู้ ความคิดสร้างสรรค์ สามารถแก้ไขปัญหาและตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมตามสถานการณ์ ตั้งเป้าหมายในการดำเนินชีวิตได้
………………..…..3.2 จิตบริการ หมายถึง การที่บุคคลสามารถบริการด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส ให้การต้อนรับด้วยไมตรีจิตและมีมิตรภาพที่ดีต่อผู้อื่น สนองความต้องการให้ผู้อื่นประสบกับความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา

………………..4. ด้านทักษะการคิด แบ่งออกเป็น 5 ทักษะ ดังนี้
………………..…..4.1 การคิดเชิงระบบ หมายถึง การคิดเชิงองค์รวมหรือภาพรวม โดยตระหนักถึงองค์ประกอบย่อยที่มีความสัมพันธ์กันและมีหน้าที่เชื่อมกันอยู่ ซึ่งเป็นการคิดอย่างมีหลักการและเหตุผล ในการจัดระเบียบข้อมูล หรือความสัมพันธ์ขององค์ประกอบต่าง ๆ ให้มีแบบแผนหรือกระบวนการที่ชัดเจน
………………..…..4.2 การคิดวิเคราะห์ หมายถึง การคิดที่มีการใคร่ครวญตรึกตรองอย่างละเอียดรอบคอบ และมีความสามารถในการแยกแยะเพื่อวิเคราะห์เหตุการณ์ เรื่องราวหรือเนื้อหาต่าง ๆ ค้นหาองค์ประกอบ ความสำคัญ เหตุและผล รวมทั้งหลักการของเหตุการณ์ เรื่องราวหรือเนื้อหาต่าง ๆ เพื่อค้นหาสาเหตุที่แท้จริงของสิ่งที่เกิดขึ้น
………………..…..4.3 การคิดเชิงวิพากษ์ หมายถึง กระบวนการคิดพิจารณาไตร่ตรองอย่างรอบคอบเกี่ยวกับข้อมูล เหตุการณ์ ปรากฏการณ์ต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่การหาข้อสรุปอย่างสมเหตุสมผลในเชิงประจักษ์และส่งผลต่อการตัดสินใจที่ถูกต้องในสถานการณ์ หรือเหตุการณ์นั้น ๆ ว่าเหมาะสม ควรปฏิบัติ ด้วยเหตุและผล
………………..…..4.4 การคิดสร้างสรรค์ หมายถึง ความสามารถทางสมองเป็นกระบวนการนำไปสู่การค้นคิดพบสิ่งแปลกใหม่ ด้วยการคิดริเริ่ม ดัดแปลง ปรับปรุง ผสมผสานให้เกิดสิ่งใหม่ ที่อาจไม่เคยมีมาก่อน หลากหลายมิติไร้กรอบ จนนำไปสู่สิ่งใหม่ที่มีประโยชน์และมีคุณค่า จนเกิดสิ่งที่เรียกว่านวัตกรรม หมายรวมถึงการแก้ปัญหาอย่างสร้างสรรค์ ที่มีกระบวนการในการใช้ความคิดเมื่อเผชิญกับปัญหาโดยมีทางเลือกที่เหมาะสมและสร้างสรรค์ในการแก้ไข
………………..…..4.5 การบูรณาการองค์ความรู้ หมายถึง การเชื่อมโยงองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกันภายในศาสตร์วิชาเดียวกันหรือหลายวิชาเพื่อให้บุคคลสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้ในชีวิตจริง เป็นกระบวนการที่ต้องจัดประสบการณ์ให้ผู้เรียนเกิดความรู้ ทักษะ และเจตคติ

………………..5. ด้านพหุวัฒนธรรม แบ่งออกเป็น 2 ทักษะ ดังนี้
………………..…..5.1 วัฒนธรรมไทย ความเป็นไทย หมายถึง การภาคภูมิใจ อนุรักษ์ ดำรงรักษาไว้ซึ่งวัฒนธรรมอันดีงามของชนในชาติ เข้าใจความแตกต่างและหลากหลายของสังคมไทย รวมทั้งการมีส่วนรวมในการส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของความเป็นไทยที่สืบทอดมาอย่างยาวนานในวัฒนธรรมไทยด้านต่าง ๆ
………………..…..5.2 วัฒนธรรมกลุ่มชาติพันธุ์ต่าง ๆ หมายถึง การอยู่ร่วมกันหรือการดำเนินชีวิตหรือการรับรู้ความแตกต่างระหว่างเชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ศาสนา สังคม วัฒนธรรม และอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข โดยสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์การอยู่ร่วมกันในรูปแบบของกฎระเบียบหรือกฎหมาย และมีคุณธรรมจริยธรรมในการช่วยเหลือเกื้อกูลกัน การมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ ของสังคม เช่น การมีส่วนร่วมในกิจกรรมการเมืองการปกครองและวัฒนธรรมของชาติพันธุ์ เคารพซึ่งกันและกัน ไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อื่น และการปฏิบัติตามคุณธรรมของการอยู่ร่วมกันตามหลักศาสนาที่ตนเองนับถือ

………………..6. ด้านการจัดการตนเอง แบ่งออกเป็น 5 ทักษะ ดังนี้
………………..…..6.1 การจัดการสุขภาพทางกาย หมายถึง การจัดการสภาวะของร่างกายให้มีความสมบูรณ์ แข็งแรง สมวัย ระบบต่าง ๆ ของร่างกายสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสัมพันธ์กันทุกส่วนได้เป็นอย่างดี ร่างกายมีความต้านทานโรคได้ดี ป่วยยาก หายง่าย พักผ่อนนอนได้เป็นปกติ
………………..…..6.2 การจัดการสุขภาพใจ หมายถึง การที่บุคคลสามารถจัดการกรอบความคิด (Mindset) การจัดการพลังสุขภาพจิต การจัดการภาวะทางอารมณ์ การปรับตัวให้เข้ากับสังคม คิดเชิงบวก ความสามารถในการปรับตัวและฟื้นตัวเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบากหรือภาวะวิกฤตในชีวิต สามารถผ่านพ้นและเรียนรู้จากเหตุการณ์นั้น ๆ ได้ด้วยพลังใจที่เข้มแข็ง อีกทั้งยังมีความสามารถในการจัดการอารมณ์ ดูแลอารมณ์ เมื่อเผชิญต่อสิ่งที่ต่างไปจากปกติ สร้างกำลังใจหรือสร้างแรงบันดาลใจให้กับตนเอง และผู้คนรอบข้างได้ มั่นใจที่จะเอาชนะฝ่าฝันอุปสรรคต่าง ๆ เมื่อพบเจอปัญหาหรือสิ่งที่มากระทบจิตใจสามารถจัดการกับปัญหานั้นได้ มองโลกในแง่ดีเห็นอกเห็นใจผู้อื่น มีสติและเหตุผลในการดำเนินชีวิต
………………..…..6.3 การพัฒนาบุคลิกภาพ หมายถึง การพัฒนาลักษณะตัวบุคคลโดยส่วนรวม ทั้งลักษณะทางกาย รูปร่างหน้าตา กิริยาท่าทาง น้ำเสียง คำพูด ความสามารถทางสมอง ทักษะการทำกิจกรรมต่าง ๆ และลักษณะทางจิต ความรู้สึกนึกคิด เจตคติ ค่านิยม ความสนใจ ความมุ่งหวัง อุดมคติ เป้าหมาย ความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมของแต่ละคน การพัฒนาบุคลิกภาพ (Personality Development) หมายถึง การปรับปรุงพฤติกรรมของบุคคลเพื่อขจัดข้อบกพร่องและเพิ่มจุดเด่น โดยพยายามขจัดข้อบกพร่องให้ออกไปมากที่สุด และพยายามปรับปรุงพัฒนาเพื่อเป็นการสร้างภาพลักษณ์และภาพพจน์ของบุคคลนั้นให้เป็นที่น่าเชื่อถือศรัทธา โดยการปรับปรุงทั้งภายในและภายนอก ปรับปรุงกิริยามารยาท การแต่งกาย การแสดงออกทางอารมณ์ คำพูดและกระบวนการที่ทำให้มีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดี และบุคคลมีทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลงนั้น ๆ
………………..…..6.4 การปรับตัวให้เข้ากับสังคม หมายถึง การที่บุคคลเข้าใจตนเองและเข้าใจผู้อื่น มีความพยายามปรับสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นแก่ตนเองและบุคคลอื่น พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมและความต้องการของตนเอง จนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีความสุขปราศจากความคับข้องใจ รวมทั้งแสดงออกถึงความเอื้ออาทรต่อผู้อื่น มีน้ำใจ
………………..…..6.5 การบริหารจัดการชีวิต หมายถึง ความสามารถของบุคคลในการดูแลจัดการการดำเนินชีวิตของตนเอง ด้วยการตั้งเป้าหมายในชีวิตของตนเอง บริหารจัดการเวลา แก้ปัญหา ตัดสินใจ รวมทั้งสามารถสร้างแรงจูงใจในการดำเนินชีวิตให้บรรลุตามเป้าหมายที่ตั้งไว้

………………..7. ด้านการเรียนรู้ตลอดชีวิต แบ่งออกเป็น 1 ทักษะ ดังนี้
………………..…..7.1 ใฝ่รู้และลงมือปฏิบัติเพื่อเรียนรู้ หมายถึง เป็นบุคคลที่ใฝ่รู้และลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ การใฝ่หาความรู้ใหม่ ๆ ทั้งในส่วนที่อยู่ในวิชาชีพและนอกเหนือจากวิชาชีพ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองเพื่อการดำเนินชีวิตในสังคม ดังนั้นบุคคลต้องตระหนักในความสัมพันธ์ระหว่างการเรียนรู้กับการดำเนินชีวิต รักการเรียนรู้และมีแรงจูงใจอย่างสูงในการดำเนินภารกิจในการเรียนรู้ตลอดชีวิต สามารถกำหนดจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ นำตนเองเข้าสู่การเรียนรู้และมีกลยุทธ์ในการเรียนรู้ที่หลากหลาย ประเมินความก้าวหน้าและความสำเร็จตามจุดมุ่งหมายในการเรียนรู้ของตนเอง พร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ประโยชน์

………………..8. ด้านความเป็นพลเมือง แบ่งออกเป็น 2 ทักษะ ดังนี้
………………..…..8.1 ความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม หมายถึง การที่บุคคลแสดงออกถึงความรับผิดชอบในงานที่ตนเองได้รับมอบหมายและรับผิดชอบต่อผลกระทบของงานหรือกิจกรรมนั้นต่อสังคม ซึ่งรวมถึงบุคคลรู้หน้าที่และสิทธิของตนเอง ที่ส่งผลกระทบต่อตนเอง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับชุมชน ประเทศ และโลก มุ่งให้เกิดความยั่งยืน
………………..…..8.2 จิตอาสา จิตสาธารณะ หมายถึง คุณลักษณะที่แสดงออกถึงการมีส่วนร่วมในกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้อื่น ชุมชน และสังคมด้วยความเต็มใจ กระตือรือร้น โดยไม่หวังผลตอบแทน  จิตอาสา คือ จิตแห่งการให้ความดีงามทั้งปวงแก่เพื่อนมนุษย์ โดยเต็มใจ สมัครใจ อิ่มใจ ซาบซึ้งใจ ปีติสุข ที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย และสติปัญญา เพื่อสาธารณประโยชน์ ในการทำกิจกรรม หรือสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่นโดยไม่หวังผลตอบแทน และมีความสุขที่ได้ช่วยเหลือผู้อื่น เป็นจิตที่ไม่นิ่งดูดาย เมื่อพบเห็นปัญหา หรือความทุกข์ยากที่เกิดขึ้นกับผู้คน เป็นจิตที่มีความสุขเมื่อได้ทำความดี และเห็นน้ำตาเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม เป็นจิตที่เปี่ยมด้วย “บุญ” คือความสงบเย็น และพลังแห่งความดี อีกทั้งยังช่วยลด “อัตตา” หรือความเป็นตัวเป็นตนของตนเองลงได้บ้าง รวมถึงความผูกพันทางสังคม (Social Engagement) คือ การมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง การที่บุคคลมีส่วนร่วมอย่างชัดเจนในความสัมพันธ์และบทบาททางสังคม เป็นความมุ่งมั่นของสมาชิกที่จะอยู่ในกลุ่มและมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลอื่น มีส่วนร่วมในกิจกรรมส่วนรวม ซึ่งช่วยเสริมสร้างทุนทางสังคมและบรรทัดฐานทางสังคม  มีความสัมพันธ์กับบุคคลอื่น การมีความรู้สึกร่วมกับชุมชนหรือสังคมที่ไปมีปฏิสัมพันธ์ด้วย ความรู้สึกเป็นเจ้าของ การเกิดความผูกพัน ความไว้วางใจและการเคารพในกลุ่ม

………………..คุณธรรมและจริยธรรม เป็นผลลัพธ์การเรียนรู้ตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับอุดมศึกษา พ.ศ. 2565 และสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ดังนี้
………………...1. ละเอียด รอบคอบ หมายถึง การให้ความสำคัญกับรายละเอียดของงานในทุกแง่มุมอย่างต่อเนื่อง และการตรวจสอบความถูกต้อง
………………...2. มีวินัย รับผิดชอบ ตรงต่อเวลา ซื่อสัตย์ หมายถึง การที่บุคคลเมื่อได้รับมอบหมายให้กระทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดต้องมีความรับผิดชอบในสิ่งนั้น และเพื่อให้งานประสบความสำเร็จตามเป้าหมายก็จะต้องมีวินัย ความตรงต่อเวลาและความซื่อสัตย์เป็นปัจจัยหลักในการกำกับให้บุคคลนั้นบรรลุเป้าหมายของงานที่ได้รับผิดชอบ
………………...3. การมีกาลเทศะ การมีมารยาททางสังคม หมายถึง การที่บุคคลรับรู้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำอะไร เวลาไหน สถานที่ใด ถูกกำหนดโดย “หลักปฏิบัติทางสังคมหรือมารยาททางสังคมนั้น ๆ” (สิ่งที่คนส่วนใหญ่ปฏิบัติและให้การยอมรับ) “กาลเทศะ” จึงควบคู่กับ “มารยาททางสังคมพื้นฐาน”
………………...4. สามัคคี หมายถึง ความพร้อมเพรียงกันของทุกคนและทุกฝ่ายในความรับผิดชอบที่จะพึงใช้ความรู้ ความคิด ความสามารถ ตลอดจนคุณสมบัติทุกประการของตนเองให้ประกอบพร้อมเข้าด้วยกัน และเกื้อกูลส่งเสริมกัน เพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่เป็นสาระแก่นสาร เป็นประโยชน์และสร้างความเจริญต่อส่วนรวมและเพื่อนมนุษย์
………………...5. มุ่งมั่น ขยัน อดทน หมายถึง เมื่อบุคคลได้ลงมือปฏิบัติสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยแสดงออกถึงความทุ่มเท จดจ่อ และตั้งใจทำในสิ่งนั้นอย่างไม่ลดละ ไม่ย่อท้อต่อปัญหาและอุปสรรค ทำให้เกิดความมุ่งมั่นทำงานนั้น จนกว่าจะบรรลุถึงซึ่งเป้าหมายที่วางไว้ ความอดทน คือ พื้นฐานของการดำเนินชีวิตเพื่อที่จะให้มนุษย์มีความเข้มแข็ง สามารถปรับตัวให้เข้ากับธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และสังคมได้ รวมทั้งเป็นพื้นฐานที่ทำให้มนุษย์สามารถพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายสูงสุดในชีวิต ความขยัน คือ ความตั้งใจเพียรพยายาม ในการเรียนหรือทำหน้าที่การงานอย่างต่อเนื่อง สม่ำเสมอ อดทน ความขยัน ซึ่งต้องปฏิบัติควบคู่กับการใช้สติปัญญาแก้ปัญหาจนเกิดผลสำเร็จ ที่เหลือก็มอบหมายผู้ที่มีความขยัน คือ ผู้ที่ตั้งใจทำอย่างจริงจังต่อเนื่องในเรื่องที่ถูกที่ควร เป็นคนสู้งาน มีความพยายาม ไม่ท้อถอย กล้าเผชิญอุปสรรค รักงานที่ทำ ตั้งใจทำอย่างจริงจั


………………...
………………...
………………...


นิยามของหมวดวิชาศึกษาทั่วไปตามเกณฑ์มาตรฐานหลักสูตรระดับปริญญาตรี พ.ศ. 2565


………………..หมวดวิชาศึกษาทั่วไป หมายถึง หมวดวิชาที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ให้พร้อมสำหรับโลกในปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้เป็นบุคคลผู้ใฝ่รู้และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 อย่างครบถ้วน เป็นผู้ตระหนักรู้ถึงการบูรณาการศาสตร์ต่าง ๆ ในการพัฒนาหรือแก้ไขปัญหา เป็นผู้ที่สามารถสร้างโอกาสและคุณค่าให้ตนเองและสังคม รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของสังคมและของโลก เป็นบุคคลที่ดำรงตนเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง มีจริยธรรมและยึดมั่นในสิ่งที่ถูกต้อง รู้คุณค่าและรักษ์ชาติกำเนิด ร่วมมือรวมพลังเพื่อสร้างสรรค์และพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน และเป็นพลเมืองที่มีคุณค่าของสังคม


………………...
………………...
………………...


ผลลัพธ์การเรียนรู้หมวดวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2567


………………..คณะอนุกรรมการปรับปรุงเล่มหมวดวิชาศึกษาทั่วไปของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กำหนดผลลัพธ์การเรียนรู้หมวดวิชาศึกษาทั่วไป มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2567 ให้สอดคล้องตามมาตรฐานคุณวุฒิระดับ อุดมศึกษา พ.ศ. 2565 โดยจำแนกตามผลลัพธ์การเรียนรู้ 4 ด้าน ได้แก่ ความรู้ (Knowledge) ทักษะ (Skills) จริยธรรม (Ethics) และลักษณะบุคคล (Character) ดังนี้

………………..GELO 1    ยกตัวอย่างจากศาสตร์ที่หลากหลายไปบูรณาการกับการเรียน การดำเนินชีวิตในมหาวิทยาลัย (ความรู้ – K)
………………..GELO 2    นำเสนอแนวทางการแก้ปัญหา การตัดสินใจโดยใช้ทักษะการคิดที่เหมาะสมกับสถานการณ์ได้ (ความรู้ – K)
………………..GELO 3    วิเคราะห์สถานการณ์ในปัจจุบันและวางแผนการทำงานด้วยสมรรถนะการเป็นผู้ประกอบการได้อย่างเหมาะสม (ความรู้ – K)
………………..GELO 4    ประยุกต์ใช้ทักษะด้านภาษา การสื่อสารและด้านเทคโนโลยีสารสนเทศในการเรียนและการทำงานร่วมกับผู้อื่น
………………..……………….Sub GELO 4.1 สื่อสารโดยใช้ทักษะภาษาในการทำงานและการดำเนินชีวิต (ทักษะ – S)
………………..……………… Sub GELO 4.2 ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและสารสนเทศได้อย่างถูกต้องตามหลักการในการสื่อสาร การทำงานหรือในการทำงานร่วมกับผู้อื่น (ทักษะ – S)
………………..……………….Sub GELO 4.3 สื่อสาร หรือนำเสนอผลงาน ด้วยวิธีการหรือรูปแบบต่าง ๆ ได้ (ทักษะ – S)
………………..GELO 5    บริหารจัดการตนเองเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตและการเรียนได้
………………..……………….Sub GELO 5.1 ดูแลตนเอง บริหารจัดการตนเองทั้งทางร่างกายและจิตใจ (ทักษะ – S)
………………..……………….Sub GELO 5.2 แสดงออกถึงการเห็นคุณค่าของตนเองและบุคคลอื่น ตั้งเป้าหมาย มีพลังสุขภาพจิตในการดำเนินชีวิตประจำวัน (คุณลักษณะ – C)
………………..GELO 6    แสดงออกถึงคุณธรรมจริยธรรมพื้นฐานในการอยู่ร่วมกับผู้อื่น (จริยธรรม – E)
………………..GELO 7    ประเมินตนเอง กำหนดเป้าหมาย วางแผนการเรียนและประเมินการเรียนรู้เพื่อพัฒนาตนเอง (คุณลักษณะ – C)
………………..GELO 8    ประยุกต์แนวคิดความเป็นพลเมืองที่ดีของสังคม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในการดำเนินชีวิตหรือทำกิจกรรมในมหาวิทยาลัย (คุณลักษณะ – C)
………………..GELO 9    ทำงานร่วมกับผู้อื่นในฐานะผู้นำและผู้ตาม โดยรู้บทบาทหน้าที่ของตนเอง (คุณลักษณะ – C)
………………..GELO 10  แสดงออกถึงความภาคภูมิใจในความเป็นไทย ดำรงไว้ซึ่งวัฒนธรรม เอกลักษณ์ที่ดีงาม ภูมิปัญญาท้องถิ่นและประวัติศาสตร์ของชาติ (คุณลักษณะ – C)